ผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตรัง ผุดไอเดีย อาชีพเลี้ยงมดแดงที่ ‘ตรัง’ ทำเงินได้ดี ด้วยการปลูกมะม่วงกว่า 40 ต้นและให้น้ำให้อาหารเพื่อให้มดแดงทำรังต้นละไม่ต่ำกว่า 5-7 รัง เป็นแหล่งอาหารในบ้านและทำเงินได้ดีแม้แลกมาด้วยความเจ็บปวด เกษตรกรหลายตำบลเดินทางมาศึกษาดูงาน

ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นว่าในสวนหลังบ้านมีต้นมะม่วงอยู่หลายต้นและมีมดแดงทำรังอยู่หลายรัง จึงเกิดไอเดียเลี้ยงมดแดงไว้กินเอง กระทั่งมีรังมดแดงมากขึ้น เหลือจากบริโภคในครัวเรือนแล้วยังได้ขายในราคากิโลกรัมละ 300-400 บาทด้วย มีรายได้ในช่วงหน้าแล้งไม่ต่ำกว่า 5,000 -6,000 บาทต่อเดือน

ติดต่อลงโฆษณา

วันที่ 25 มี.ค.2564 เวลา 10.00 น. ที่บ้านของนายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ผุดไอเดียการเลี้ยงมดแดงมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว โดยรอบบ้านมีเนื้อที่กว่า 9 ไร่ ได้ปลูกต้นมะม่วงไว้มากกว่า 40 ต้น และนำปลาย่าง เศษเนื้อหรือปลาที่ตายในบ่อมาผูกไว้กับต้นไม้เพื่อเป็นอาหารของมดแดง ใช้เชือกขึงจากต้นมะม่วงต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งต่อ ๆ กันไป เพื่อทำทางเดินให้กับมดแดง ช่วยประหยัดเวลาการเดินบนพื้นดินและไม่ถูกสัตว์ประเภทอื่นรบกวน

ปัจจุบันมีเกษตรกรจากหลายตำบลเดินทางมาศึกษาดูงานและนำกลับไปเลี้ยงบ้าง เพื่อสร้างรายได้เสริมและยังเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือนโดยไม่ต้องซื้อหา ทั้งยังปลอดภัยจากการใช้สารเคมีด้วย แม้จะเจ็บตัวบ้างเวลาแยงไข่มดแดง แล้วมีมดแดงจำนวนมากมากัด แต่ก็ต้องอดทน และจะเลี้ยงต่อไปเรื่อยๆ หลังประสบความสำเร็จกับการเห็นมดแดงขยายรังเพิ่มขึ้นต้นละ 5-8 รังบนต้นมะม่วงต้นใหญ่ หากเป็นต้นมะม่วงต้นเล็กจะได้ 2-4 รัง ซึ่งต้นมะม่วงต้นใหญ่ 1 ต้นจะแยงไข่มดแดงได้เกือบ 1 กิโลกรัม

ผู้ใหญ่อาคม เล่าว่า แต่เดิมเวลาอยากกินไข่มดแดงต้องออกไปหาในป่าธรรมชาติ แต่หลายครั้งก็ไม่ทันชาวบ้านที่ออกไปหามาก่อนหน้า หากจะซื้อกินก็กลัวว่าจะใช้สารเคมีในการกำจัดมดแดง จึงมองเห็นว่าในสวนหลังบ้านมีต้นมะม่วงอยู่หลายต้นและมีมดแดงทำรังอยู่หลายรัง จึงปิ๊งไอเดียเลี้ยงมดแดงไว้กินเอง โดยพยายามให้น้ำและอาหาร จนกระทั่งมีรังมดแดงมากขึ้น เหลือจากบริโภคในครัวเรือนแล้วยังได้ขายในราคากิโลกรัมละ 300-400 บาทด้วย โดยเฉพาะหน้าแล้งปีนี้ มดแดงมาทำรังเพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า เนื่องจากมีแหล่งน้ำและอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากกว่าป่าธรรมชาติ ทำให้มีรายได้ในช่วงหน้าแล้งไม่ต่ำกว่า 5,000 -6,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก https://www.bangkokbiznews.com/