การยางแห่งประเทศไทย ใช้ Business model 3 ขา เร่งแก้ปัญหาราคา ยางพารา

0
91

การยางแห่งประเทศไทย ใช้ Business model 3 ขา เร่งแก้ปัญหาราคา ยางพารา

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดย นายเฉลมชัย ศรีอ่อน  รมว.เกษตรฯ มีนโยบายให้ทุกหน่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ทางการยางก็ไม่นิ่งนอนใจ  โดยจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ใช้รูปแบบ บิสเนสโมเดล  Business model  หรือโมเดล  3  ขา เป็นการดำเนินการระหว่าง  กยท. ผู้ประกอบการโรงงาน และเกษตรกร ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพาราและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมากขึ้น  โดย กยท.จะทำหน้าที่อุดหนุนสินเชื่อ ส่วนเกษตรกรมีหน้าที่ ส่งวัตถุดิบ เพื่อให้โรงงาน ใช้สมรรถภาพกำลัง ในการผลิตเต็มที่

ความคิดโมเดล 3 ขา เกิดขึ้นจาก การที่ กยท. เห็นว่า มี สถานประกอบการโรงงานหลายแห่ง ที่ผลิตสินค้าเกี่ยวกับยางพารา ทำได้ไม่เต็มสมรรถภาพ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบและเงินทุน ดังนั้น การยางแห่งประเทศไทย จะขอเป็นตัวกลางประสานให้เกิดความร่วมมือขึ้น  ยกตัวอย่างเช่น  เกษตรกรมีวัตถุดิบ   ผู้ประกอบการมีโรงงาน และการยางแห่งประเทศไทยมีเงินทุน  สามารถเข้าไปช่วยในเรื่องสภาพคล่องได้

” ธุรกิจโมเดล 3 ขา จะเป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน   ผมหวังว่า โครงการนี้ จะทำให้เกษตรกร มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ แทนที่จะต่างคนต่างทำ ก็มาช่วยกัน  ทำให้ต้นทุนลดลง  ชาวบ้านก็ได้ส่วนแบ่งมากขึ้นจากบิสเนสโมเดล นี้   ทำให้ทุกคนอยู่ได้ ถ้าเราไม่ช่วยกันทำจะเกิดความเสียหายทั้งระบบ เกษตรกรและโรงงานก็จะไม่รอดพ้นวิกฤติไปได้” นายณกรณ์กล่าว

นายณกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เริ่มพูดคุยและเดินหน้าไปบ้างแล้ว  โดยวางแผนจะทยอยเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคเหนือ ภาคใต้   เช่น ยางก้อนถ้วย จะทำมากที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง 99% ของผลผลิตทั้งหมด  ส่วนภาคใต้ จะเน้นเรื่องน้ำยาง  ตนอาจจะดูบริบทของแต่ละพื้นที่ก่อนว่า เขาต้องการอะไร ถนัดด้านไหน ค่อยเอาธุรกิจไปใส่ให้ นโยบายนี้เป็นแผนของปี 64 ที่เราจะทำร่วมกัน  ตนเชื่อว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ในเรื่องของการแปรรูป การเพิ่มมูลค่า การนำไปใช้  จะเป็นการบริหารที่สมดุลทำให้รัฐแก้ปัญหาราคายางได้อย่างยั่งยืนขึ้น

“ ผมชอบการฉีดวัคซีนให้เขาแข็งแรง มากกว่าการไปให้ยาตอนเขาป่วย ผมรู้ว่า อีกหน่อยจะเกิดเรื่องนี้ เราก็เข้าไปจัดการ ไม่ใช่พอเกิดปัญหาแล้วเรามานั่งประกันรายได้ และชดเชย ผมว่ามันต้องเปลี่ยน เราต้องทำล่วงหน้า ไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยมาตามแก้กันที่หลัง เราต้องมองไปล่วงหน้า  ทั้ง ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 “ นาย ณกรณ์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ยางพาราในปีนี้ ค่อยข้างดี  และมีแนวโน้มจะแตะ ที่  70 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่เริ่มดีขึ้น ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ยางล้อ ก็มีความต้องการยางแผ่นมากขึ้น  นอกจากนี้จากปัญหาโควิด 19 ของปีที่แล้วทำให้เราต้องใช้ยางเก่าในสต๊อกจนยางเหลือใช้แค่ 1 เดือน ทั้งที่เราจะต้องสต๊อกยางเผื่อไว้ใช้อย่างน้อย 2 เดือน  ดังนั้นปีนี้จะต้องเริ่มสต็อกยาง ไม่อย่างนั้นปีนี้จะมีความเสี่ยง   เพราะ อุปกรณ์ทางการแพทย์  เช่นถุงมือยาง ก็ยังมีความต้องการสูง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก คมชัดลึก